ShoutMix chat widget

177 : [Review] Tekkon Kinkreet

posted on 09 Mar 2008 20:29 by amnos-rua  in MyReview

 

หลังจากปล่อยให้บล็อกไร้สาระมานาน คราวนี้จะมาเขียนอะไรมีสาระแล้วค่ะ 555+
( คนอ่าน : มีสาระจริงง่ะ? ) 

 

หนังตั้งแต่เดือน 12 ปี 2006 แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้ดู =[]='''

( เลทตลอดกาลเลยชั้น = ='' )

เอาเถอะ แต่ DVD มันเพิ่งจะออกเมื่อปลายเดือน 6 ปีที่แล้ว ถือว่าหยวนๆน่า ;P

วันนี้ขอพูดถึงหนังเรื่อง Tekkon Kinkreet ค่ะ ^^

หนังที่ตอนได้ข่าวว่านิโนะมี่ ( นิโนมิยะ คาซึนาริ แห่ง อาราชิ ) เป็นคนพากษ์เสียงพระเอก ก็คิดว่าต้องหามาดูให้ได้ เดิมทีเป็นคนชอบดูหนังอิเมชั่นอยู่แล้วด้วย พอได้แผ่นมาเลยรีบดูเลยล่ะค่ะ!! ( นี่ขนาดรีบแล้วนะ =w='' )

 

ไม่สปอยจ้ะ

 

 

鉄コン筋クリート

( Tekkon Kinkreet )


 

Genres : adventure, psychological

Director : Michael Arias

Music : Plaid

Original Manga : Taiyo Matsumoto

Character Design : Shoujirou Nishimi

Art director : Shinji Kimura

Cast :
Kazunari Ninomiya  as  Kuro
Yuu Aoi  as  Shiro

Ending Theme : "Aru Machi no Gunjō (或る街の群青)" by Asian Kung-Fu Generation

>> Official Site

 

 

Synopsis ( ฉบับตามใจอิฉัน )

         คุโระ ( ดำ ) และ ชิโระ ( ขาว ) 2 พี่น้องเด็กกำพร้าซึ่งอาศัยอยู่ใน เมืองมหาสมบัติ ( Treasure Town ) เมืองเกาะที่มีแม่น้ำล้อมรอบ ที่เหมือนจะสงบสุข แต่แฝงความแปลกไว้คือ เมืองนี้ตำรวจและยากุซ่านั้นเป็นมิตรกันดี จะพูดให้ถูกก็คือเหมือนรู้จักกันดีและทำสัญญากันว่าจะไม่ก่อความวุ่นวายให้กันมากกว่า คุโระ กับ ชิโระ ก็เป็นเด็กที่เป็นที่รู้จักดีของเหล่ายากุซ่าและตำรวจ ด้วยกิตติศัพท์การไล่ฟาดพวกที่มาขวางทางตนเองอย่างไม่ยั้ง แต่ทั้ง 2 ก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครเท่าไหร่ แถมยังเป็นเพื่อนที่ดีของเหล่ายากุซ่าในเมืองซะอีก แต่วันคืนที่สนุกสนานของทั้ง 2 ก็เปลี่ยนไป หลังมีนายทุนปริศนาเข้ามาในเมือง และหวังจะเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นสวนสนุก คุโระ ซึ่งไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลงใดๆใน "เมืองของเขา" จึงต้องต่อกรกับเหล่าศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอ พร้อมทั้งปกป้องชิโระไปด้วย

 



 

 

Review ( ฉบับตามใจอิฉันยิ่งกว่าเดิม )

       Tekkon Kinkreet ได้รับการันตีความสุดยอดด้วยรางวัล Japan Academy Award 2007 รางวัลเดียวกับที่เรื่อง Toki wo Kakeru Shoujo เคยได้ ( เราเคยรีวิวหนังเรื่องนี้ไปแล้วด้วยนะ ) แล้วนอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Anima 2008 ที่กรุงบรัซเซล เบลเยี่ยม มาแล้วด้วย

       เรื่องนี้ประเด็นหลักๆ ( ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด ) นั้นเล่นกับความเป็น 2 ด้านของใจคนมากๆ เห็นได้ชัดว่าชื่อตัวละครก็เป็นสีดำและสีขาว เหมือนจะสื่อว่าอะไรๆก็มี 2 ด้าน ขึ้นกับว่าด้านไหนในตัวคนๆนั้นจะยิ่งใหญ่มากกว่า จนเอาชนะอีกด้านได้ คุโระ หนึ่งในตัวละครหลักในเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงจิตใจมนุษย์ที่เป็นสีดำสุฤทธิ์ ในขณะที่ชิโระก็แสดงถึงสีขาวสุดฤทธิ์เหมือนกัน ทั้ง 2 จึงสามารถอยู่ด้วยกันได้ เติมเต็มซึงกันและกัน ชิโระยังบอกเลยว่า เขาเป็น "ตะปูเกลียวที่หัวใจของคุโระต้องการ" หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดอีกฝ่ายไป เด็กชายทั้งสองก็กลายเป็นเด็กเสียสูญก็เท่านั้น

      อีกประเด็นนึงคือเรื่องการยึดติดกับสิ่งของของตัวเอง ( หรือทึกทักว่าเป็นของตัวเอง ) ค่ะ ในเรื่องเราได้ยินคำว่า "Ore no Machi" ( เมืองของฉัน ) บ่อยมากกกกกกก ทั้งออกจากปากคุโระ และปากนายทุนปริศนาคนนั้น นี่แหละ ประเด็นหลักที่ทำให้ 2 ฝ่ายไล่ฟาดกันแบบนี้ ต่างฝ่ายต่างพูดว่า นี่เป็นเมืองของฉัน ฉันจะทำอย่างนู้นอย่างนี้ จนสุดท้ายก็กลายเป็นพฤติกรรมที่น่ากลัวในที่สุด.....ดูแล้วรู้สึกว่า ความหวงของของมนุษย์นี่มันน่ากลัวจริงๆให้ตายเหอะ = ='' 

       หนังอาจจะดูเข้าใจยากนิดนึง แต่ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมากเกินไป มันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจหรอกค่ะ ^^  อย่างน้อย ภาพของหนังเรื่องนี้ก็ดึงดูดความสนใจได้มากทีเดียว ด้วยอารมณ์การวาดคาร์แรคเตอร์ที่ดิบเถื่อนได้ใจ ฉากที่สมจริงจนน่ากลัว ( แทบอยากจะไปกราบคนวาดฉากจริงๆ ) องค์ประกอบและสีที่ดูเยอะจนเละแต่ไม่เลอะเทอะ ( งงมั้ย =w='' ) มุมกล้องที่เรียกได้ว่าประหลาด เอียงๆ สั่นนิดๆเป็นบางครั้ง แสดงถึงอารมณ์ตัวละครได้สุดยอดมากค่ะ

 



 

       นอกจากนี้ เรายังประทับใจเพลงประกอบด้วยค่ะ Plaid ทำออกมาได้เยี่ยมยอดมาก ดูแล้วบางฉากอินไปด้วยก็เพราะเพลงนี่แหละ แล้วก็ในส่วนของนักพากษ์ นิโนมิยะสุดยอด!!!! แสดงอารมณ์ได้เก่งมากค่ะ แต่คนที่สุดยอดกว่าเมื่อเราได้ดูคือ อาโออิ ยู ค่ะ!!! ( คนพากษ์ชิโระ ) ดูฉากที่ชีตะโกนสุดเสียงแล้วเราขนลุกเลย พากษ์ได้สุดยอด!!! ยิ่งเคยดูหนังที่เธอเล่นแล้วยิ่งตกใจ เพราะเธอดูไม่น่าพากษ์บทแบบนี้ได้....จริงๆนะ =[]=!! ( ใครที่เคยดู Hula Girls อาจจะพอนึกออก เธอเล่นเป็นนางเอกค่ะ!!! )

       พอดูหนังเรื่องนี้จบ อยากจะบอกว่า.....

                 ระวังด้านสีดำของคุณให้ดี มันกล้าทำอะไรมากกว่าที่คุณคิด

 

 

"Anchin, Anchin~"

( มีความสุขจังเลย มิความสุขจังเลย~  )

 

 

 

แปะเทรลเลอร์ซักนิดน่อ~

อันนี้แบบได้ยินเสียงพากษ์ เผื่อใครอยากได้ยินเสียงนิโนะมี่และช็อตเสียงพากษ์สุดยอดชวนขนลุกของ อาโออิ ยู =w=

เป็นอีกเรื่องที่เร็คคอมเมนด์มากๆค่ะ

อ้อ ลืมบอก เรื่องนี้ เรท R นะคะ!!! ไม่ใช่การ์ตูนเด็กนะเอ้อ!!

( ตอนแรกไม่เชื่อแหละ พอดูแล้ว.....เอ้อ......จริงๆด้วย = ='' )

 

จบรีวิวมั่วๆไปอีกหนึ่ง~

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบค่า ^^

 

เกือบลืมตอบคอมเม้น!!

มีมี่  >>  กรี๊ดดดดด พลาดดดดดดดด อยากไปเกะด้วยอ้า T^T วันหลังต้องไปอีกน้า~~!! แล้วก็ เอินไปอียิปต์อาทิตย์หน้าจ้ะ

โคโม๊ว~  >>  มันจะกลายเป็นชุดจริงง่ะ =[]=!! เราเห็นมีคนถือมาหลายมันแล้วไม่เห็นเป็นเลย อ้อ!! แล้วก็ เราส่ง ems ไป อ่านด้วยน้า~

พี่ก้วย  >>  วงนั้นแหละค่ะพี่!!! แต่เพลงแรกที่ออกมามันเสียงอุบาทว์มากกกกเลยอ่ะ เพลงนี้ดูเหมือนจะรู้กันละว่าควรร้องยังไง ดีขึ้นๆ แล้วก็ มันเป็นสังกัดของมันเองค่ะ โฮสต์มันมีตังค์

นุ้งปอย  >>  ขอให้ได้อักษรรรรรรร โฮกฮากกกกกก มาเรียนในกรุงๆ เราจะได้เจอกันบ่อยขึ้น 555+

 

 

ไว้เจอกันเอนทรี่หน้า 'w'/

 

....kaz....

ps. อยากทำรีวิวเรื่อง Paprika จัง.....แต่ดูยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เง้อ......

pps. เปลี่ยนตีมบล็อกแล้วน่อ > w < ~!! ตีมเบอร์ 16 ( 16 แล้วเหรอเนี่ย!!! )  M I N T เอาลูกสาวมาลงหัวบล็อก เย่~ 

ppps. ใครเคยเล่น .hack ม่างงงงงง แนะนำภาคที่สนุกๆให้ทีอิ~ เกม rgp อื่นๆก็ดั้ย~ อยากเล่นเกมมมม

pppps. อยากทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด แต่ไม่มีตังค์ =*=

ppppps. 9 มีนา~ HBD พี่เอค่า~

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

555+
พี่เอินว่าช้าแล้ว
แฮมนี่เลทยิ่งกว่าอีกล่ะ
ยังไม่ได้ดูเลย sad smile

ส่วนเรื่อง .hack แฮมไม่ได้เล่นอ่ะ (แอบขี้เกียจเล่น มันหลายภาคซะเหลือเกิน)
แต่แฮมดูอนิเมนะ (กร๊ากส์)

ตอนนี้แฮมสั่งวิกหัวใหม่มาแล้วล่ะ คาดว่าประมาณวันพุธได้ (โฮกกก แกลบไปอีกทั้งเดือน)

#1 By ◘ :.ryo-13.: ◘ on 2008-03-09 21:55

กร๊าซ ภาพสวยมากๆๆๆ ลงสีแนวนี้โดนใจสุดๆๆๆ
คนพากษ์ก็ช่างดึงดูดเหลือหลาย อร๊าง อนิเมฟอร์มยักษ์นะเนี่ยย

#2 By ดุกดุ๋ย on 2008-03-09 22:02

...เรทหรอฮะ..(รู้สึกไปเองหรือป่าวหวาว่าเฉยๆ=[]=".....)
แต่ก็น่าดู=[]=อย่างแรง!!!

#3 By hotaru on 2008-03-09 22:06

โอ้~อนิเมรางวัลมาอีกแล้ว~
เส้นแนวมาก ดูภาพเมืองแล้วรายละเอียดสุดขอบจริงๆ
ความรู้สึกที่เห็นภาพแรกคือ "หูย..แนว" เลยนะ 55+

#4 By Rurico on 2008-03-09 22:31

ปกติแล้ว....
เค้าจะไม่เอาผู้ชายมาพากย์เสียงเป็นเด็กผู้ชายอ่ะนะ
แต่นิโนะ...ข้อยกเว้นป่ะวะ?? เอาเถอะ พี่เองก็ไม่ได้ติดตามวงการเซย์ยู
แต่เท่าที่รีวิว น่าดูนะนี่ ไม่สิ แค่ตรงฉากกับการใช้สีก็น่าดูมากๆแล้วอ่ะ

ป.ล. เออ โฮสท์มันมีตัง....ออกมาประชันกะ คลับพรินซ์ทีดิ๊ เพลงมันแด๊นซ์กระจายเหลือเกิ๊นนนนน

#5 By LittleBaNaNa on 2008-03-09 22:38

ลูกเธอน่ารักจังเรยอ้า~!!!
มาถ่ายแฟชั่นกะลูกเจ๊บิมามะ (ประหนึ่งเป็นลูกตัวเอง) ยังไม่มีปัญญาซื้อฮ่ะ ซิกๆๆ

งานเสร็จแล้วน้า
นัดมาได้เรย~!!!

#6 By Tropical on 2008-03-09 23:08

เมย์ยังไม่ได้ดูเล้ยพี่เอิน
นิโนะโวยวาย นึกภาพตอนภากษณ์ดู น่าสนุกดี
หามาดูดีกว่า
อนิเมน่าดูมาอีกแล้ว!

เรื่องเก่าๆที่อยากดูยังหาดูไม่ได้เลย เรื่องนี้ต้องดูให้ได้
ฉากเมืองมันโดนใจมากๆค่ะ!!

#8 By +|| m i n e y ||+ on 2008-03-10 10:53

เห...น่าดูว่ะค่ะ

ศุกร์นี้พี่นัดกับเอิร์ธไว้อ่ะ ที่พระอาทิตย์ อยากมามั้ยคะ?
(ฉลองวันเกิด)

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ^^

#9 By aki on 2008-03-10 16:33

ตรงช็อตที่ชิโระพูดว่า เขาเป็น "ตะปูเกลียวที่หัวใจของคุโระต้องการ"
มันจี๊ดมากกกก อ้ายยยcry

เรื่องนี้สมควรติดเรท..ฉากบู๊เลือดสาดมั่กๆ ฮ่าๆๆ
แต่ชอบงานเนียน ไม่เผา รายละเอียดสุดยอดดด

เสียงของยูจังก็กรี๊ดได้อีก พี่ก็ชอบเหมือนกัน
ไม่คิดว่าเธอจะพากย์ได้ขนาดนี้นะเนี่ยย

ปล.พอเพียงน้อง พอเพียง ท่องไว้ ฮ่าๆๆ

#10 By ☆Shiki♪☆ on 2008-03-10 18:02

พี่เอิร์นไม่ช้าไปหรอกคะ

เพราะอิฮั้นเพิ่งจะมารู้จักเรื่องนี้จากบล็อคพี่ตอนนี่เลย กร่ากก

น่าดูดีนะเค่อะ

ส่วนตีมบล็อค ขอบอกว่าน่ารักมาก ๆ เลยคร๊า~

ส่วนเกมส์ ขอแนะนำ

-.HACK//G.U.

-Odin Sphere จ้า~

#11 By [Tsuki Barvon] on 2008-03-10 18:08

อันนี้ก็น่าดู๊ววววววววว แค่ฟังเพลงประกอบก็น่าดูแล้ว

ปาปริก้าดูแล้วล่ะตัว ช๊อบชอบ >[]< ถึงจะดูแล้วงงๆก็เถอะ 5555+

#12 By ParePare on 2008-03-11 23:04

ยังมะได้ดูแฮะเรื่องนี้
ว่าแต่เพลงประกอบเพราะ น่าตื่นเต้นดี
วันที่ 15 นี้ ไปคับบบบบบ
พี่เอินไปเปล่า *-*

#13 By TsuKuro on 2008-03-12 15:56

ขออภัยที่ผมออกจะเกรียนไปนิดนึงเพราะเม้นท์ต่อไปนี้ไว้ยาวมากนะครับ

แต่ผมดูเรื่องนี้แล้วความรู้สึกที่ชัดเจนมากๆและรู้สึกเป็นอย่างแรกเลยคือ ไม่เข้าใจว่า TekkonKinreet เอาชนะ Evangelion 1.0 ในเวที Japanese Academy Awards มาได้ยังไงน่ะครับ เพราะดูจบแล้ว โดยส่วนตัวผมคิดว่า TekkonKinkreet สู้ Evangelion 1.0 ไม่ได้เลย
ผมคิดว่าการที่ผู้กำกับเรื่องนี้เป็นฝรั่งอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ให้มันห่างไกลจากอนิเมะของมือระดับเซียนชาวญี่ปุ่นนะครับ เช่น TekkonKinkreet ด้อยกว่ามากถ้าเทียบกับงานอย่าง Paprika, The End Of Evangelion, Ghost In The Shell และแน่นอน Evangelion 1.0 ที่ไม่ได้เจ๋งแค่งานภาพอย่างเดียวซึ่งอัพเกรดขึ้นมาจนสะกดคนที่เคยดูฉบับเก่าเมื่อหลายปีที่แล้วได้อีกครั้ง
ผมว่า Paprika กับ The End Of Evangelion น่าจะเหมาะในการนำมาเปรียบกับ TekkonKrinkreet ที่สุดครับ เพราะมีตีมหลักคล้ายกันคือบทสรุปที่ล้วงลึกเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของจิตใจตัวละครเอก ส่วนตัวแล้วถึง TK จะมีรายละเอียดที่ซับซ้อนยิบย่อยในงานภาพมากๆ แต่องค์ประกอบและการเคลื่อนไหว มุมกล้อง และความต่อเนื่อง สู้ Paprikaกับ End Of Evangelion(ปี 1997)ไม่ได้เลย ถึงแม้ TK จะมีไอเดียใช้มุมกล้องจำลองสายตาของคนดู (ทั้งเรื่องมุมกล้องจะมีการส่ายและสั่นไหวคล้ายการเคลื่อนไหวของสายตา)บวกกับเทคนิคที่น่าจะพัฒนาไปอีกขั้น แต่มันก็สู้ Paprikaกับ End Of Evalgelionไม่ได้อยู่ดีน่ะครับ
นอกเหนือจากนี้ การดำเนินเรื่อง การตัดเข้าฉากเหตุการณ์ต่างๆ ก็มีริ้วรอยสะดุดให้เห็นตลอด โดยเฉพาะช่วงเปิดเรื่องที่หนังแจกแจงรายละเอียดตัวละครและเมืองนี่ค่อนข้างอืดและขาดความต่อเนื่องอย่างมาก น่าจะเป็นผลมาจากการตัดต่อและลำดับเรื่องที่ไม่ดีพอครับ คิดว่านะ... ในส่วนที่เป็นจุดเด่นของหนังคือการให้รายละเอียดฉากของเมืองและสภาพในจิตใจด้านมืดของคุโระก็ยังคงด้อยกว่าครับ ถ้าเทียบกับ Paprika ที่นอกจากจะละเอียดมากแล้ว(แต่อาจจะไม่ยิบย่อยเท่า TK) ยังมีองค์ประกอบที่งามหยดสะกดคนดูได้มากกว่าด้วย ตรงนี้ลองสังเกตการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆในฉาก และการเคลื่อนกล้องนะครับ จะเห็นเลยว่า TK ยังทำได้ไม่ถึงขั้นนั้น
เมื่อมาเทียบกับ End Of Evangelion ในฉากที่ค่อนข้างคล้ายกันแต่ End Of Evangelion ทำมาก่อน TK ถึงมากกว่า 10 ปี คือไคลแมกซ์ที่หนังพาคนดูดิ่งลงไปสู่จิตด้านมืดของพระเอก ตรงนี้บอกได้แน่นอนครับ ว่าเทคนิคต่างๆ End Of Evangelion ไม่สูงเท่า TK แต่ End Of Evangelion กลับนำเสนอฉากไคลแมกซ์ได้แรงกว่า(มากๆ ถึงมากที่สุด) และสั่นสะเทือนความรู้สึกคนดูมากกว่าครับ อันนี้ต้องลองดูเองครับ ฉากนี้ของ End Of Evangelion ฮาร์ดคอสุดๆ
ในส่วนของงานพากษ์เสียงของนักแสดง ผมก็รู้สึกต่างออกไปนะครับ ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเสียงพากษ์ของคุโระกับชิโระค่อนข้างแห้งแล้งครับ เท่าที่ผมเคยดูอนิเมะมา งานพากษ์ของอนิเมะญีปุ่นมีมาตรฐานที่สูงมาก แม้แต่กับนักแสดงที่ไม่ใช่นักพากษ์อาชีพ โดยภาพรวมแล้วก็ยังรักษามาตรฐานที่สูงได้ เพราะงั้นก็เลยคิดว่าถึงแม้งานพากษ์ของ TK จะดีระดับหนึ่ง แต่ก็ออกจะแห้งแล้งเมื่อเทียบกับอนิเมะชั้นดีอีกหลายๆเรื่องครับ เอาง่ายๆ ลองเทียบกับเสียงพากษ์ของ รีสะ นากะ(นักแสดง) ใน The Girl Who Leapt Through Time ก็น่าจะเห็นจุดต่างครับ ตรงนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ข้อบกพร่องของนักแสดงที่รับหน้าที่พากษ์ เพราะอย่างที่บอกไปว่ามาตรฐานของงานพากษ์อนิเมะญี่ปุ่นสูงมากแม้กับนักแสดงที่ไม่ใช่นักพากษ์อาชีพ น่าจะเป็นเพราะผู้กำกับใช้ศักยภาพของนักแสดงได้ไม่เต็มที่มากกว่า
เลยไม่เข้าใจและสงสัยจริงๆครับ Japanese Academy Awards ให้ TekkonKinkreet ชนะ Evangelion 1.0 ได้ยังไงกันนะ อยากรู้จริง

#14 By Porisho~ on 2009-06-20 21:51

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นที่ 14 นะคะ
ต่อจากนี้ก็เป็นความคิดเห็นของเราเหมือนกันค่ะ อยากมาแชร์ด้วยเฉยๆ :)

โดยส่วนตัวเรา อนิเมที่ชนะ Japan Academy Award มันไม่จำเป็นต้องมีภาพสวยงามอลังการ ภาพลื่นไหลโฟลวเฟรมละเอียดๆหรอกค่ะ อย่าง TokiKake ที่ได้ไปปีก่อนหน้า เราว่าภาพก็ไม่ได้ถึงกับเทพอะไรมากมาย แต่หลายๆอย่างกินขาดค่ะ
TK ก็ไม่ได้เริ่ดหรูอะไร อย่างที่คุณว่าจริงๆล่ะค่ะว่าด้านภาพสู้ Paprika ไม่ได้เลย แต่ที่สำคัญที่สุดเราว่ามันอยู่ที่การสื่อความหมายและสิ่งต่างๆในตัวเรื่องค่ะ เรายอมรับเลยว่ารอบแรกเราดู Paprika ไม่รู้เรื่องค่ะ ต้องดู 2 รอบขึ้นไปถึงจะเข้าใจ แต่ก็เชื่อว่าตอนนี้ก็ยังจับจุดทั้งหมดไม่ได้อยู่ดี ไม่เหมือน TK ที่ดูรอบเดียวเก็ทเลย หรือเป็นเพราะเราตีความหนังไม่เก่งเองก็ไม่รู้นะคะ
อีกอย่างหนึ่ง เราว่า Paprika นั้นเนื้อเรื่องออกจะไปทางผู้ใหญ่ซักหน่อย TK ว่าผู้ใหญ่แล้ว แต่ Paprika นี่ยิ่งกว่าอีกค่ะ ด้วยความเข้าใจยากของมัน อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ TK ชนะก็ได้นะคะ

ส่วน EVA 1.0 เราก็ได้เห็นเหมือนกันค่ะว่ามันออกมาดีแค่ไหน แต่ด้วยตัวเรื่องแล้ว เราว่า EVA เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะกับการนำมาทำหนังโรงอย่างยิ่งค่ะ รู้สึกว่ามันควรมีเวลาให้ซึมซับตัวละครแต่ละตัวมากกว่านี้ พอเอามาอัดอยู่ในโรงแค่เกือบๆ 2 ชั่วโมงมันทำให้เสียอรรถรถไปเยอะค่ะ แต่ที่หลายๆคน (รวมถึงเราด้วย) ดูแล้วอินได้ เพราะอาจจะเคยดูภาคที่เป็นอนิเมลงทีวี หรืออ่านการ์ตูนมาก่อนค่ะ ถ้ามองในมุมของคนที่เพิ่งจะเคยดู EVA หนังเรื่องนี้อาจจะธรรมดาๆมากเลยก็ได้ (อันนี้ต้องไปลองถามคนไม่เคยดู เราเดาเอาค่ะ)

ส่วนเรื่องเสียงพากษ์ เราว่านิโนมิยะ กับอาโออิยู ทำได้ดีแล้วนะคะ ตอนเราดู TK นี่ขนลุกพอๆกับตอนที่ดู TokiKake เพราะเสียงพากษ์เหมือนกันเลยล่ะค่ะ (แต่ไม่เถียงค่ะเรื่องเสียงคุณริสะสุดยอด เราก็ชอบค่ะ)

เราไม่ได้เชียร์ TK แล้วก็ได้ดูทั้ง 3 เรื่องที่ชิงกันในปีนั้นอย่างที่คุณว่ามา และก็ชอบทั้ง 3 เรื่องค่ะ แต่นี่เป็นเหตุผลที่เรายกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นว่าทำไม TK ถึงได้เท่านั้นเอง แหะๆ

เม้นของตัวเองยาวเหมือนกัน =w=;
ยังไงก็ขอบคุณที่มาแชร์ความคิดเห็นกันนะคะ

#15 By k a z on 2009-06-21 00:12

แหะ~~~ ยังไงก็ต้องขอโทษอีกทีนะครับ ถ้าผมเสียมารยาทไปเพราะ "เยอะ" แล้วก็ "ตรง" เกินไป แต่ว่าคุณคาซนี่คออนิเมะเหมือนผมเลยนะ ก็ดีใจที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับคอเดียวกันนะครับ

คือผมก็ไม่คิดว่าอนิเมะที่ชนะรางวัลจะต้องสวยงามเริดหรูหรือมีปัจจัยอะไรตายตัวนะครับ เพราะ EVA 1.0 ที่แพ้ให้ TK ก็ไม่ได้มีงานภาพที่งามจนตะลึงและซับซ้อนเฉียบคมมากๆ อย่าง Paprika EVA 1.0 ใช้เทคนิคที่ก้าวหน้าในปัจจุบันยกระดับในฉากหรือจุดที่สำคัญ ซึ่งก็ไม่ใช่ทั้งหมดน่ะครับ แล้วจะว่าไปเรื่องเทคนิค TK ก็น่าจะไล่เลี่ยหรืออาจอยู่ระดับเดียวกับ EVA 1.0 ผมว่ามันต่างกันที่ความคิดสร้างสรรค์และนัยยะที่ซ่อนอยู่ภายในมากกว่า ตรงจุดนี้ของ EVA 1.0 มันมีพลังและเฉียบคมมาก แล้วยังสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างแนบเนียนอีกด้วย ขณะที่ TK ผมรู้สึกว่างานออกแบบ การตีความตัวการ์ตูนต่างๆ มันดูกระจัดกระจายไม่เฉียบคมเท่าไหร่ครับ ยกตัวอย่างเช่น ฉากไล่ล่าเปิดเรื่อง ที่ผมมองไม่เห็นความเชื่อมโยง ว่าทำไมมีสัญลักษณ์ของพระพิฆเนศวร์? โผล่มาทำไม? เพื่ออะไร? เป็นต้น (จุดสังเกตของผมคือ TK มีผกก.เป็นฝรั่ง มุมมองตะวันออกแบบปรัชญาญี่ปุ่นในเรื่องนี้จึงต้องตีความผ่านมุมมองตะวันตกของ ผกก.)

จุดเดียวกัน Paprika ถึงแม้จะใส่รูปลักษณ์ต่างๆ กับสัญลักษณ์เข้ามาจำนวนมหาศาล ผสมปนเปกันไปหมด ก็มีเหตุผลรองรับไว้แล้วว่ามันเป็นความบ้าคลั่งของความฝันจำนวนมากมายมารวมอยู่ด้วยกันนั่นเอง บวกกับการกำกับและวิสัยทัศน์ของซาโตชิ คอน ที่สุดยอดมาก จึงทำให้ความโกลาหลวุ่นวายออกมามีพลังและสวยงามครับ

อย่างไรก็ตาม ผมก็เห็นด้วยกับคุณคาซ EVAมีรายละเอียดความเป็นมาที่มากมายยาวนานมาก การดูแค่ EVA 1.0 อาจทำให้ไม่ได้อรรถรสอย่างเต็มที่ คนที่เข้าใจและชอบ EVA 1.0 จึงน่าจะเป็นเฉพาะกับคนที่คุ้นเคยกับต้นกำเนิดเรื่องราวมาก่อนแล้ว อันนี้ใช่เลยครับ
ที่ว่า TK มีข้อดีตรงเข้าใจได้ง่ายกว่า เข้าถึงคนดูได้มากกกว่า ก็ใช่เลยครับ เป็นไปได้ว่ารสนิยมของ Japanese Academy Awards คงจะไปในทางนั้น คือไม่ชอบงานที่ซับซ้อนเข้าถึงยาก หรือนอกกระแสเกินไป (เวทีนี้ไม่แล Paprika เลย)

แต่ประเด็นนี้นะครับ กับ TokiKake(เรียกย่อตามสะดวกดี งิ) ผมเองก็ยอมรับเต็มหัวใจเลยนะ TokiKake เป็นอนิเมะที่มีเนื้อหาเรียบง่าย ไม่ใช่ของใหม่ แต่นำกลับมาทำใหม่ได้จับใจคนดู เทคนิคด้านภาพก็เรียบง่ายทว่าน่าจดจำ
เลยคิดว่าที่ข้องใจกับรางวัลนี้ ไม่ใช่จากประเด็นว่า TK ไม่งดงามหรือซับซ้อนอย่าง Paprika กับ EVA 1.0 ส่วนเรื่องเนื้อหาจะมีนัยยะซับซ้อนกว้างไกลแบบสองเรื่องนี้หรือไม่ก็ได้ครับ สรุปคือประมาณ--ผมคิดว่า TK ยอดเยี่ยมแค่ปัจจัยภายนอกบางปัจจัยเท่านั้น แต่กับเรื่องของการตีความสิ่งที่เป็นหัวใจของเรื่อง นัยยะที่ซ่อนอยู่กับความเชื่อมโยงกันของสิ่งต่างๆที่นำเสนอออกมา TK ด้อยกว่า EVA 1.0 หรือแม้แต่ TokiKake ก็ยังเฉียบคมน่าประทับใจกว่าครับ

#16 By Porisho~ on 2009-06-21 20:04

....เอ้อ ผมสงสัยมานานแล้วครับ ชื่อ Riisa Naka นี่ออกเสียงให้ถูกยังไงเหรอ ริสะ หรือ รีสะ หรือยังไงครับ? Yu Kashii ก็เหมือนกัน คาชิ คาชิอิ หรือ คาชี ??

#17 By Porisho~ on 2009-06-21 20:43

...... อ่า ถ้าผมเสียมารยาทหรือทำอะไรน่ารำคาญก็ต้องขอโทษอีกทีนะครับ
เท่าที่ลองฟังดู น่าจะออกเสียงว่า "รีสะ" นะครับ Kashii ก็น่าจะออกเสียง "คาชี" ถ้าหูไม่ฟังเพี้ยนไปนะ

#18 By Porisho~ on 2009-06-25 20:38

ผมชอบเพลงประกอบเพลงนี้ครับ

ชื่อเพลง"Aru Machi no Gunjo"แปลว่าA Town in Blue

ร้องโดยวงASIAN KUNG-FU GENERATION ที่เคยร้องเพลงประกอบดังๆอย่างนารูโตะ เทพมรณะ แขนกลคนแปรธาตุครับ

http://www.youtube.com/watch?v=U82xUKmlJKQ&feature=related big smile big smile

#19 By Teddy-boy (118.173.159.227) on 2009-07-05 07:09

เคยดูแล้ว
ชอบเรื่องนี้นะ
มันสนุกมาก ดูแ้ล้วดูอีกไม่มีเบื่อ confused smile

#20 By ISHIMARU L. on 2009-10-14 15:42