ว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้มานานมากแล้ว

เห็นช่วงนี้เห็นเด็กๆหลายคนเริ่มขยันอ่านหนังสือสอบแอดมิดกันใหญ่ เลยเป็นโอกาสดีว่าจะได้เอามาลงซะที

น๊านนานบล็อกนี้จะมีสาระกะเค้าบ้าง แฟนบล็อกคนไหนที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ก็ขอโทษด้วยนะคะ ^^;; 

 

อยากให้เด็กๆที่ยังเลือกคณะไม่ได้ ยังหาตัวเองไม่เจอ หรือสนใจทางนี้แต่ไม่แน่ใจในข้อมูลได้อ่านค่ะ

ถ้าผิดพลาดหรือตกหล่นตรงไหนท้วงกันได้เลย ไม่ว่า

เราก็ไม่มั่นใจในบางอย่างเพราะถึงเรียนนิเทศแต่ก็ยังไม่จบ 555

อีกอย่าง หลายๆอย่างเราก็รู้แค่ในมุมมองของมหาลัยที่เราอยู่เท่านั้นจ้ะ

ใครอยากรายละเอียดเจาะลึกของแต่ละม.คงต้องถามผู้รู้คนอื่นล่ะเน่อ ^^;;;

 

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า

 

ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด เชื่อว่าเด็กๆหลายๆคนยังไม่ค่อยเข้าใจคำว่า "นิเทศศาสตร์" เท่าไหร่ หลายๆคนเอาไปเหมารวมกับคณะอื่นๆบ้าง เช่น นิเทศศิลป์ ไอซีที บลาๆๆ ทีนี้เรามาเข้าใจความหมายของนิเทศศาสตร์ให้ตรงกันดีกว่า

 

นิเทศศาสตร์

จาก
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

   นิเทศศาสตร์ (อังกฤษ: Communication Arts) หมายถึง ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสาร จากองค์ประกอบของการสื่อสาร กล่าวคือ ผู้ส่งสาร สาร สื่อ และผู้รับสาร ซึ่งผู้ส่งสารอาจเป็นตัวบุคคล องค์กร หรือบริษัทก็ได้ ข่าวสารจะต้องเป็นเนื้อหาสาระที่ผู้ส่งต้องการที่จะกระจายให้ประชาชนได้รับทราบ สื่อหรือช่องทาง เป็นการหาวิธีการกระจายข่าวสารต่างๆ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายให้ได้มาก และกว้างไกล ตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่ง และผู้รับสาร หรือกลุ่มป้าหมาย จะต้องสามารถรับข่าวสารนั้นได้ โดยผู้ส่งสารจะต้องหาวิธีการทำให้ข่าวสารที่ส่งไป ถึงผู้รับสารได้มากที่สุด

พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ประทานความหมายของ "นิเทศศาสตร์" ไว้ว่า "เป็นวิชาสื่อสารไปยังมวลชนโดยทางใดก็ตาม ไม่จำเพาะทางหนังสือพิมพ์ เช่น การสื่อสารทางการละครก็เข้าไปอยู่ในนิเทศศาสตร์ การสื่อสารมวลชนทางอื่นนอกจากทางหนังสือพิมพ์ เช่น ทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ ก็เข้าอยู่ในนิเทศศาสตร์"

 

สรุปง่ายๆคือ นิเทศศาสตร์คือศาสตร์เกี่ยวกับ การสื่อสาร ค่ะ เราเรียนเพื่อเป็น สื่อมวลชน เพื่อสื่อสารสิ่งต่างๆให้สังคมรู้เรื่อง ( และมีคุณค่า )

นิเทศศาสตร์จะแบ่งการเรียนออกเป็นหลายสาขาวิชาค่ะ ( ขอเรียกว่า ภาค ด้วยความเคยชิน ) มหาลัยที่เราเรียนอยู่ จะแบ่งภาคตอนปี 3 ค่ะ ปี 1-2 เป็นการเก็บวิชาหลักให้ครบๆ จะเรียนคล้ายๆกันหมดทุกคนเพื่อปูพื้นฐาน เว้นตอนปี 2 เทอม 2 ที่จะเริ่มมีวิชาไม่เหมือนกันบ้าง เพราะต้องเริ่มเก็บวิชาที่ต้องใช้เพื่อเข้าภาคกันแล้ว

( บางมหาลัยเลือกภาคกันตั้งแต่ตอนแอดมิดเข้าไปเลย เข้าไปก็เรียนแยกๆภาคกันตัวมันตัวเผือกจ้ะ )

จุฬามี 7 ภาค แต่ของมหาลัยอื่นเราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คาดว่าคงไม่ต่างไปจากนี้มากนะคะ 

7 ภาคมีตามนี้เลยจ้ะ

  • วารสารสนเทศ ( JR ) เน้นการเขียน สำหรับคนที่อยากเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย
    ข้อมูลเพิ่มเติมจาก น้ำตาล ขอบใจมากมายเพื่อน 
    "ฝากเน้นนิดนึงว่า ถ้า วารสาร จุฬาฯ ไม่เน้นครีเอทีฟ การเมืองจะเยอะหน่อย มีใช้พวกดีไซน์บ้าง แต่น้อยยยย มาก ใครที่อยากเรียนพวกนิตยสาร งานหนังสืออย่างอื่นคงไม่ตรงเท่าไหร่"
  • การสื่อสารมวลชน ( MC ) พวกสื่อกระจายเสียงทั้งหลาย พวกที่มีคำว่าออกอากาศน่ะจ้ะ สำหรับคนอยากทำงานพวกเกี่ยวกับเบื้องหลังวิทยุ โทรทัศน์ 
  • ประชาสัมพันธ์ ( PR ) งานสื่อสารองค์กร ประสานงานสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
  • โฆษณา ( AD ) ออกแนวการตลาด สำหรับคนอยากเป็น AE ครีเอทีฟ หรือพวกนักวางแผนทางการตลาดน่ะแหละ
  • ภาพยนตร์และภาพนิ่ง ( FILM ) สำหรับคนที่ทำงานสื่อสารด้วยภาพ อยู่กับกล้อง ผู้กำกับ หรือทำงานในกองถ่าย
  • สื่อสารการแสดง ( PA ) พวกงาน Performance ต่างๆ ละครในจอ ละครเวที รวมถึงการเขียนบท กำกับเวที
  • วาทวิทยา ( SPEECH ) การสื่อสารด้วยคำพูดทั้งหมด พวกนักพูด ผู้ประกาศ โฆษก พิธีกร

( ตกหล่นข้อมูลไปก็ขอโทษเน่อ เราไม่ค่อยมีข้อมูลภาคที่เราไม่ได้เรียนอ่ะ TvT )

นอกจากนี้ยังต้องเลือกวิชาโทด้วยจ้ะ เหมือนกันเรียน 2 ภาคน่ะแหละ แต่วิชาของโทจะมีบังคับน้อยกว่า และต้องเก็บหน่วยกิจน้อยกว่า จะเลือกวิชาเอกโทก็ควรจะให้มันเข้ากันด้วย ไม่งั้นตอนเรียนจะตายเอานะเจ๊อะ =w='

( ของเราเอก AD โท FILM จ้ะ )

เราเรียนภาคไทย ส่วนอินเตอร์ เค้าไม่มีแบ่งภาคกันนะเจ๊อะ เรียนเหมือนกันหมด 4 ปีรวด แต่ออกเป็นแนวบริหารน่ะ

 

 

แล้วนิเทศเค้าเรียนอะไรกันบ้าง?

อิงจากตามที่เราเรียน

ปี 1 จะสอนวิชาพื้นฐานคณะค่ะ นิเทศศาสตร์เบื้องต้น ( หลักการสื่อสาร ขั้นตอนการสื่อสาร ) สื่อต่างๆ ( หลักการ ประวัติ ) การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การถ่ายภาพเบื้องต้น แล้วก็พวกวิชาเลือกคณะที่เอาไปต่อยอดปีต่อๆไปได้ เช่น รัฐศาสตร์เบื้องต้น คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ประวัติศิลปะและดนตรี และอื่นๆ จะเห็นได้ว่าเป็นพื้นฐานทั้งหมดค่ะ

ปี 2 วิชาหลักที่แอดวานซ์ขึ้นมาอีกหน่อย พวก การสื่อสารด้วยภาพ การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารขั้นสูง การเขียนข่าว การพูด และอื่นๆ และวิชาที่ต้องเก็บก่อนเข้าภาค เช่น ถ้าจะเรียนโฆษณา ในปี 2 ก็ต้องเรียนการตลาดไว้ก่อน เป็นต้น

ปี 3 ปีนี้แยกภาคกันแล้ว ก็เรียนวิชาภาคต่างๆค่ะ เช่น โฆษณาก็เรียนเรื่องการตัดสินใจของผู้บริโภค เรียนวิชาครีเอทีฟ  ส่วนภาพยนตร์ก็เรียนประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ เป็นต้น

ปี 4 วิชาภาคที่แอดวานซ์ขึ้น แล้วก็เก็บๆวิชาเลือกที่ยังไม่หมด จะได้จบใน 4 ปี ฮา~

และแน่นอน ทุกปีมีวิชาภาษาอังกฤษให้เรียนจ้ะ!! แต่อังกฤษนิเทศเน้นให้เขียนเยอะมากๆ ไม่ใช่เขียนแบบต้องใช้ภาษาสวยหรู แต่เขียนให้อ่านรู้เรื่อง รวมถึงต้องถูกต้องตามแพทเทิร์นด้วย ( ถ้ามี ) เช่น เขียนข่าวเป็นภาษาอังกฤษเขียนยังไง อะไรอย่างงี้

เหมือนเห็นคำว่า "การสื่อสาร" เต็มไปหมดเลยเนอะ ฮา~

จริงๆเท่าที่เราดูๆมา คณะนิเทศนี่แหละที่เรียนอะไรกระจายๆจับฉ่ายๆเอามากๆ เพราะเหมือนกันสื่อมวลชนต้องรู้รอบน่ะจ่ะ ภายใน 2 ปีกับอีก 1 เทอมที่เราผ่านมานี่เราได้เรียน รัฐศาสตร์ การเมืองไทย ดนตรี ศิลปะ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จิตวิทยา วรรณกรรม การตลาด มีวิชาเลือกกฎหมายกับเศรษฐศาสตร์ให้เรียนด้วยแต่เราไม่เรียน 555  

 

 

สิ่งที่เด็กๆสับสนกันบ่อยๆ

( ส่วนใหญ่อาจจะเอนไปทางโฆษณาหน่อยนะเจ๊อะ ถนัดตอบทางนี้มากที่สุดอ่ะ =v=' )

  นิเทศศาสตร์ ไม่ใช่คณะสายศิลป์ค่ะ!!!! ( แต่ก่อนเราก็เข้าใจผิดเหมือนกัน ฮา~ ) แต่เป็นคณะที่เด็กจบสายไหนๆก็เรียนได้ เพื่อนๆในรุ่นเราก็เป็นเด็กวิทย์กันเกินครึ่ง ( นี่แหละ สาเหตุที่นิเทศศาสตร์แอดมิดใช้แต่โอเน็ตล้วนๆ ) ใครๆก็เรียนได้ แค่เข้าใจคอนเซ็ปวิชา สื่อสารกะคนอื่นได้รู้เรื่อง และชอบมันก็พอ ใครคิดว่าเรียนง่ายๆแต่มาเรียนทั้งๆที่ไม่ชอบจะไม่มีความสุขเอานะจ๊ะ อย่าหาว่าไม่เตือน หึหึหึ =__,=

  Q : จะเข้านิเทศต้องวาดรูปเก่งมั้ย

A : ไม่ต้องจ้ะ !! เหมือนหลายคนจะเข้าใจข้อนี้ผิดนะ นิเทศศาสตร์ ไม่ใช่ นิเทศศิลป์ เราเรียนการสื่อสาร พวกครีเอทีฟอะไรอย่างงี้มี่หน้าที่ร่าง Layout ให้เข้าใจและสื่อสารได้ก็พอ ต่อไปมันจะเป็นหน้าที่ของคนที่มีหน้าที่ทำ execution ทำให้มันสวยเองเน่อ แต่สิ่งที่ควรจะมีคือต้องวางองค์ประกอบศิลป์ให้เป็น แล้วสื่อไอเดียของสิ่งที่เราต้องการจะบอกคนดูให้ได้เท่านั้นเอง แต่การวาดรูปเป็นก็เป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งแหละ คิดได้ด้วยวาดได้ด้วย จะทำให้เวลาทำงานสะดวกกว่า

  ความแตกต่างระหว่างนิเทศและคณะศิลปะอื่นๆคือ นิเทศคือ ศิลป์เพื่อคนอื่น ไม่ใช่ ศิลป์ เพื่อตัวเองค่ะ !!! ถึงวาดรูปได้อาร์ต สวยแทบตาย วางองค์ประกอบศิลป์ดูดีทุกอย่าง แต่ภาพไม่สื่อะไรเลย ( หรือไม่คนอื่นดูแล้วไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ ) มันก็ไม่มีประโยชน์เน่อ ถือว่าล้มเหลวทางการสื่อสารจ้ะ ( ข้อนี้เราโดนอาจารย์ติงบ่อยมากๆๆๆๆ TvT )

  วิชาหลักๆของนิเทศ ไม่ใช่การเรียนกราฟฟิกคอมพิวเตอร์นะจ๊ะ เราคือ CommArts ( Communication Arts = ศาสตร์แห่งการสื่อสาร ) ไม่ใช่ ComArt ( Computer Graphic for Art )จ้ะ

  ระวังใครคิดว่าตัวเองครีเอทมากๆ เรียนโฆษณาเป็นครีเอทีฟได้แน่ๆ ความคิดท่านอาจจะเปลี่ยนเมื่อท่านได้เรียนจริงๆ ถึงจะมีความคิดที่แปลก แหวกแนวแค่ไหน ลองคิดดูด้วยว่าความคิดแหวกๆนั้นจำกัดอยู่ในกรอบที่ลูกค้าให้เรามาได้รึเปล่า ( เวลาทำงานจริงจะได้รับโจทย์มาจากลูกค้าจ้ะ ว่าเค้าอยากสื่อ "ไอ้เนี่ย" ออกมาทางโฆษณา เราคิดอะไรใหม่ๆให้เค้าได้รึเปล่า ) ถ้าสื่อไม่ได้ อย่างที่บอกไปแล้ว จบเห่จ้ะ =w='' ในทางกลับกัน คนที่วาดรูปไม่เก่งอาจจะทำได้ก็ได้นะเอ้อ

  อ้อ เดี๋ยวนี้นิเทศเค้าเรียนสถิติกันแล้วนะจ๊ะ ใครที่คิดจะเข้ามาเพื่อหนีตัวเลข หนีไม่พ้นหรอก 555 เพราะมันจำเป็นกะการทำวิจัยสำรวจผู้บริโภคน่ะ รุ่นเราไม่ได้เรียนเพราะตอนนั้นหลักสูตรเค้ายังไม่ให้ใส่ลงไป กลัวอยู่ว่าถ้าต่อโทด้านนี้จะโดนไล่กลับไปเรียนอีกรอบ = =''

  Q : เรียนนิเทศคัดหน้าตาและส่วนสูงมั้ย

A : ไม่คัดดดดดดดดดดด !!!! ไปได้ยินมาจากไหนกันนี่ย = ='' ถ้าคัดจริงๆอิฉันก็คงสอบตกตั้งแต่แรกแล้วล่ะค่ะ !! นิเทศไม่ได้เป็นคณะที่จบไปแล้วไปเป็นดารานักร้องค่ะ เราทำงานเบื้องหลังได้ด้วย = =!! ต